เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นางวรรณี มหานีรานนท์ ได้มอบหมาย นายทศพล วิชัยดิษฐ์ รองเลขาธิการฯ เดินทางพร้อมด้วย นายกุญชร สุธรรมวิจิตร รองประธานกรรมการบริหารคนที่ 1 รักษาการประธานกรรมการบริหาร และนายบัณฑิต สวยงาม กรรมการบริหาร พร้อมด้วยผู้แทนเกษตรกรภาคใต้ ในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายยูโซ๊ะ อาเก๊ะ และนายสมบูรณ์ จิตรเพ็ญ และบุคลากรจากสำนักฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลงพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เข้าเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนเจนลี่ฟาร์ม (Janely Farm)

การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อ แลกเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาช่องทางตลาดน้ำผึ้งชันโรง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของพื้นที่ภาคใต้ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์พืช และ การทำเกษตรผสมผสาน การเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมี ทำให้เป็นระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเลี้ยงผึ้งขันโรง ทั้งนี้โดยมุ่งเน้นไปที่การส่งออกไปยังประเทศจีนที่มีความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการขยายโอกาสให้แก่เกษตรกรสมาชิกที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการเลี้ยงผึ้งชันโรง ให้มีช่องทางการจำหน่ายที่กว้างขึ้นมากกว่าตลาดภายในประเทศโดย​ขับเคลื่อนภายใต้ความร่วมมือกับภาคเอกชน เร่งผลักดันโมเดล “ผึ้งชันโรง” เป็นอาชีพใหม่ พร้อมจับมือผู้ส่งออกเตรียมบุกตลาดประเทศจีน หวังสร้างรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกรสมาชิกทั่วภาคใต้ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สู่ตลาดสากล

โดยระหว่างการประชุมทางกลุ่มวิสาหกิจชุมขนได้ติดต่อประธานกลุ่มซึ่งอยู่ระหว่างการค้าชันโรงที่เมืองเซี้ยงไห้ ประเทศจีน ผ่านวิดิโอคอล เพื่อให้ผู้บริหาร กฟก. เจรจาความร่วมมือในการรวบรวมและพัฒนาการตลาดน้ำผึ้งชันโรงของเกษตรกร ต่อยอดกิจกรรมการเลี้ยงผึ้งชันโรงให้เป็นระบบครบวงจร

ทั้งนี้ได้มอบหมายภารกิจให้สำนักฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และ สำนักกิจการสาขาภูมิภาค บูรณาการการทำงานร่วมกับ สำนักงานสาขาจังหวัดภาคใต้รวบรวมและสรุปข้อมูล องค์กรเกษตรกรที่มีศักยภาพในการเลี้ยงผึ้งชันโรงทั่วทั้งภูมิภาคจัดทำข้อเสนอ (MOU) เพื่อลงนามความร่วมมือกับผู้ส่งออกไปยังประเทศจีนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ผู้บริหารของ กฟก. ยังกล่าวกับองค์กรด้วยว่า”เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การให้งบประมาณสนับสนุน แต่คือการสร้างอาชีพที่มั่นคง น้ำผึ้งชันโรงภาคใต้ มีศักยภาพสูงมากในตลาดโลก หากเราเชื่อมโยงตลาดจีนได้สำเร็จ จะเป็นการฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน”

Recommended Posts