
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 คณะผู้บริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) นำโดยรองเลขาธิการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายทศพล วิชัยดิษฐ์ พร้อมด้วยนายกุญชร สุธรรมวิจิตร รองประธานกรรมการบริหารคนที่ 1 รักษาการประธานกรรมการบริหาร และนายบัณฑิตสวยงาม กรรมการบริหารฯ พร้อมด้วยผู้แทนเกษตรกร นายยูโซ๊ะ อาเก๊ะ และนายสมบูรณ์ จิตรเพ็ญ ผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 4 บุคลากรสำนักฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัด ปัตตานี นราธิวาสและสงขลา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานขององค์กรเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรกาปงบูเก๊ะพัฒนา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงกาคนรฟื้นฟูอาชีพการเลี้ยงผึ้งชันโรง ซึ่งเป็นแบบอย่างของการทำเกษตรกรรมยั่งยืนที่ไม่พึ่งพาสารเคมี โดยมี นางธนิฐา หนูสุข หัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัดยะลา พร้อมด้วยนายชานนท์ เจะหะมะ ประธานอนุกรรมการ นำเยี่ยมชมโดยมีนายรอพา ซิโละ ประธานกลุ่มเกษตรกรกาปงบูเก๊ะพัฒนา พร้อมด้วย นายอำมัด อะมิยะ กำนันตำบลโกตาบารู รายงานผลการดำเนินงานของเกษตรกรสมาชิกโดยมีสมาชิกเกษตรกรให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น


อำเภอรามันถือเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นทางภูมิศาสตร์ โดยเป็นแหล่งเกษตรผสมผสานที่มีทั้งสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสวนผลไม้ (ทุเรียน) สลับกับผืนป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ สภาพแวดล้อมที่ปราศจากสารเคมีนี้เองที่เป็นหัวใจสำคัญในการเลี้ยง “ผึ้งชันโรง” ซึ่งเป็นแมลงเศรษฐกิจที่ไม่เพียงแต่สร้างรายได้ แต่ยังเป็นตัวชี้วัด (Indicator) ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี


กลุ่มเกษตรกรกาปงบูเก๊ะพัฒนา ถือเป็นกลุ่มองค์กรเกษตรกรที่ดำเนินกิจกรรมในการเลี้ยงผึ้งชันโรงมายาวนาน และได้สร้างภาคีในการเลี้ยงผึ้งชันโรงภายในละแวกข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันทางกลุ่มได้สร้างความร่วมมืออย่างเข้มแข็งกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในภาคใต้ อาทิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เพื่อพัฒนาคุณภาพและรับซื้อผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรงเข้าสู่กระบวนการวิจัยและแปรรูป


จากงบประมาณที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ ได้ให้งบสนับสนุนการสร้างอาชีพให้แก่องค์กรเกษตรกรสมาชิกประเภท “เงินอุดหนุน” ในปี 2567 และ 2568 แก่กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่รวม 7 กลุ่ม ส่งผลให้เกิดการรวมตัวเป็นเครือข่ายเกษตรกรเลี้ยงผึ้งชันโรงที่เข้มแข็ง สามารถยกระดับมาตรฐานผลผลิตเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การ “ส่งออก” ในอนาคต

“การเลี้ยงผึ้งชันโรงไม่ใช่แค่เรื่องของรายได้ แต่มันคือคำตอบของการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิดเกษตรผสมผสานที่คนและธรรมชาติสามารถเกื้อกูลกันได้อย่างแท้จริง” ตัวแทนคณะผู้บริหาร กฟก. กล่าวทิ้งท้าย







